1. หน้าแรก
  2. ค้นหา



ผลการค้นหา พบ 24 รายการ

ขั้วโลกเหนือ-ขั้วโลกใต้ ( รายการ: Sci & Tech   หมวดหมู่: วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี )

หากพูดถึงพื้นที่ที่มีความหนาวเย็นสุดขั้ว ทำให้นึกถึงพื้นที่แถบขั้วโลกทั้งเหนือและใต้ ซึ่งทั้ง 2 แห่งแฝงไปด้วยความเหมือนบนความต่างกันในหลาย ๆ เรื่อง 
 
ชั้วโลกเหนือ เป็นพื้นที่ที่ผืนน้ำล้อมด้วยผืนดิน นั่นคือ มหาสมุทรอาร์ติก พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมไปด้วยแผ่นน้ำแช็งที่ลอยอยู่บนผิวน้ำโดยมีความหนาเฉลี่ย 4 เมตร 
 
ขั้วโลกใต้ เป็นพื้นที่ที่ผืนดินล้อมด้วยผืนน้ำ นั้นคือ ทวีปแอนตาร์กติกา ซึ่งทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง บางแห่งน้ำแข็งหนาถึง 4,300 เมตร (4.3 กิโลเมตร) และน้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้คือ 80% ของน้ำแข็งทั้งหมดที่อยู่บนโลก (ซึ่งรวมถึงในตู้เย็นที่บ้านด้วย) ที่สำคัญ 2 ใน 3 ของน้ำจืดบนโลกนี้อยู่ที่ขั้วโลกใต้ 
 
สำหรับความหนาวเย็นของทั้ง 2 แห่ง ก็มีความแตกต่างกัน โดยในฤดูหนาวของขั้วโลกเหนืออุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -30 ถึง -68 องศาเซลเซียส แต่ที่ขั้วโลกใต้หนาวกว่า อุณหภูมิเฉลี่ยอยู๋ที่ -55 ถึง -60 องศาเซลเซียส โดยเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2526 สถานีวิทยาศาสตร์วอสต็อค (Vostok Science Station) ของรัสเซีย ประจำอยู่ที่ขั้วโลกใต้ สามารถทำลายสถิติโลกอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ถึง -89.2 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ขั้วโลกใต้ยังเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุด แถมลมกระโชกแรงที่สุดในโลก ซึ่งพัดด้วยความเร็วลมถึง 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 
ส่วนภูเขาน้ำแข็ง เป็นความสวยงามบนความอันตราย เพราะภูเขาน้ำแข็งในแต่ละก้อน หากคิดเป็น 10 ส่วน จะโผล่พ้นน้ำเพียง 1 ส่วน อีก 9 ส่วนจะจมอยู่ในน้ำ ไม่ว่าก้อนนั้นจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหน แต่หากพูดถึงความอลังการงานสร้างความยิ่งใหญ่ของภูเขาน้ำแข็ง ขั้วโลกเหนือ เมื่อปี พ.ศ. 2425 เคยพบขนาดใหญ่ที่สุดมีความยาว 11 กิโลเมตร ใกล้ ๆ กับเกาะแบฟฟิน ประเทศแคนาดา (เกาะใหญ่อันดับที่ 5 ของโลก) แต่นั้นก็ยังถือว่าเล็กมาก หากเทียบกับภูเขานำ้แข็งของขั้วโลกใต้ มีความยาวถึง 300 กิโลเมตร ค้นพบโดยเรือบดน้ำแข็ง USS Glacier ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา
 
สำหรับความหลากหลายทางชีววิทยา พบว่า ขั้วโลกเหนือมีพืชกว่า 3,000 ชนิด ส่วนขั้วโลกใต้กลับพบพืชได้น้อยมาก ส่วนปลาน้ำจืด ขั้วโลกเหนือพบ 11 ชนิด ขั้วโลกใต้ไม่พบเลยแม้แต่ชนิดเดียว 
 
นอกจากนี้ยังมีสัตว์ชนิดหนึ่งที่สามารถเชื่อมโยงระหว่าง 2 พื้นที่สุดขอบโลกคือ นกนางนวลแกลบขั้วโลก (Arctic Tern ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Sterna Paradisaea)) เป็นนกที่บินอพยพย้ายถิ่นประจำปีเป็นระยะทางไกลที่สุด ในฤดูร้อนจะผสมพันธุ์และวางไข่บริเวณขอบมหาสมุทรอาร์กติก (ขั้วโลกเหนือ) พอถึงฤดูหนาวก็จะบินอพยพไปอาศัยและหากินที่ทวีปแอนตาร์กติกา (ขั้วโลกใต้) พอถึงฤดูร้อนก็จะบินกลับไปอีกรอบ รวมระยะทางบิน 70,900 กิโลเมตร หรือเท่ากับขับรถไปกลับกรุงเทพมหานคร ถึง เชียงใหม่ 60 เที่ยว แต่ตลอดชีวิตการบินของนกชนิดนี้ จะเท่ากับการบินไปกลับโลก ถึง ดวงจันทร์ ราว ๆ 3 รอบเลยทีเดียว (สำหรับเส้นทางการบินของนกชนิดนี้ ต้องฟังในรายการ)
 
ส่วนคำถามที่ว่า ทำไมหมีขาวจึงล่าแต่แมวน้ำ ไม่เคยล่าเพนกวินเลย เพราะ หมีขาวอาศัยอยู่เฉพาะขั้วโลกเหนือ ส่วนเพนกวินอาศัยเฉพาะขั้วโลกใต้ (แต่บางที 2 ชนิดนี้อาจจะเคยเจอกัน หากไปดูที่สวนสัตว์)

ทางเลือกชาวนาช่วงหน้าแล้ง ( รายการ: เกษตรบ้านเรา   หมวดหมู่: วาระทางสังคม )

ปลูกถั่วเขียวในนาข้าวช่วงหน้าแล้ง นอกจากช่วยสร้างรายได้ ยังช่วยปรับปรุงบำรุงดิน ลดต้นทุนสำหรับการปลูกข้าวรอบใหม่ , สภาเกษตรกรแห่งชาติจับมือกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่เกษตรกรเพื่อรู้เท่าทันนายทุน พร้อมตั้งคลินิคยุติธรรมจังหวัด , กรมปศุสัตว์ย้ำมาตรการเฝ้าระวังไข้หวัดนกของไทยว่าสามารถป้องกันไข้หวัดนกได้ 100 % , กรมประมงเดินหน้าแผนฟื้นฟูเกษตรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ 12 จังหวัดภาคใต้ ที่ประสบอุทกภัยก่อนหน้านี้ หลังมติคณะรัฐมนตรีไฟเขียวเงินกู้ 350 ล้านบาท , ฝนหลวงร่วมกับกรมชลประทาน กำหนดพื้นที่เป้าหมายเติมน้ำในเขื่อน เดินหน้าปฎิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ

ล้งจีน ( รายการ: เกษตรบ้านเรา   หมวดหมู่: วาระทางสังคม )

คุณภาพของลำไยและผลไม้ไทย เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคในจีน ทำให้ผู้ประกอบการจีนที่เห็นโอกาส เข้ามาทำการค้าลำไยและผลไม้ในไทยมากขึ้น จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า "ล้งจีน" ภาพการแข่งขันรับซื้อผลผลิต เกิดขึ้นในช่วงแรก แต่นานวันเข้า เมื่อมีการรวมกลุ่มกำหนดราคารับซื้อไปในทิศทางเดียวกัน และมีการทำตลาดรับซื้อในท้องถิ่นและส่งออกไปพร้อมๆกัน รวมถึงการเหมาสวนแบบตกเขียวหรือการเหมาเช่าสวน แล้วส่งคนเข้าไปดำเนินการดูแลจัดการสวนเอง ภาพการแข่งขันที่จะสร้างความเป็นธรรมในราคาให้กับผู้ผลิต ก็เริ่มหายไป